ในวงการนักสะสมพระเครื่อง “พระเบญจภาคี” ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุมงคลที่มีมูลค่าสูงลิบลิ่วเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนสถาบันที่รวบรวมพุทธศิลป์ ประวัติศาสตร์ และความศรัทธาของคนไทยไว้อย่างลึกซึ้ง โดยคำว่าเบญจภาคีหมายถึงกลุ่มพระเครื่อง 5 องค์ที่มีพุทธคุณโดดเด่นและหายากที่สุด
ที่มาของคำว่า “เบญจภาคี”
ตำนานนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2495 โดย “ตรียัมปวาย” (นามปากกาของ พ.อ.ประยูร พลอยวิมล) บรมครูแห่งวงการพระเครื่อง ผู้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดหมวดหมู่โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความหายาก, ความสมบูรณ์ของพุทธศิลป์ และความศรัทธา ที่มีการยอมรับมาอย่างยาวนาน
เปิดลิสต์ 5 สุดยอดพระเครื่องเบญจภาคี
- พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม (กรุงเทพฯ): สุดยอดพระเนื้อผงสร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เด่นด้านเมตตามหานิยมและความเป็นสิริมงคล
- พระรอดวัดมหาวัน (ลำพูน): พระเครื่องที่เก่าแก่ที่สุดในชุด ศิลปะหริภุญชัย พุทธคุณโดดเด่นเรื่องการแคล้วคลาดจากภยันตราย
- พระนางพญาวัดนางพญา (พิษณุโลก): พระพิมพ์สามเหลี่ยมศิลปะอยุธยา โดดเด่นด้านเมตตาบารมีและอำนาจวาสนา
- พระผงสุพรรณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (สุพรรณบุรี): ศิลปะอู่ทองที่เข้มขลัง ครอบคลุมทั้งเมตตามหานิยม คงกระพัน และโชคลาภ
- พระซุ้มกอวัดพระบรมธาตุ (กำแพงเพชร): ศิลปะสุโขทัย เลื่องลือด้านโชคลาภและความร่ำรวย จนมีคำกล่าวว่า “มีกูไม่จน”
พระเบญจภาคีจึงเป็นมากกว่าเครื่องราง แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความประณีตของบรรพชนไทย และเป็นสิ่งล้ำค่าที่นักสะสมทั่วประเทศต่างปรารถนาจะครอบครอง


