
เอกนิติ จี้ทุกกระทรวงใช้งบฯค้างท่อพยุงศก. ‘ศุภจี’ ถกทูตพาณิชย์ทั่วโลก ปรับแผนส่งออกรับวิกฤต ‘อรรถพล’ ชวนติดโซลาร์รูฟท็อป-ลดภาษีสูงสุด 2 แสน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในสถานการณ์ปัจจุบันว่า ขณะนี้ยังเป็นช่วงรอยต่อที่รัฐบาลยังไม่สามารถออกมาตรการหรือนโยบายใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ ภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้จึงมุ่งไปที่การบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเม็ดเงินจะถูกอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยพยุงภาพรวมในช่วงระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ให้เสร็จสิ้น
นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้ติดตามและกำชับให้ทุกกระทรวงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ภาคส่วนต่างๆ ในระยะนี้ ในส่วนของงบประมาณที่ยังพบปัญหาติดขัดจนไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตนได้มอบหมายให้อธิบดีกรมบัญชีกลางไปตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเชิงลึกว่ามีอุปสรรคในขั้นตอนใด เพื่อปลดล็อกให้เม็ดเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจและสร้างกำลังซื้อให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเร่งรัดการเบิกจ่ายในภาพรวม
ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงาน THAIFEX – HOREC ASIA นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าในไทยจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่มีผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน และต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค ว่า รัฐบาลมีศูนย์บริหารสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานกันกับหลายกระทรวง เพื่อทำให้มั่นใจว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เราจะสามารถมีนโยบาย หรือมาตรการมาช่วยปกป้องประชาชนได้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องตื่นตระหนก และขอให้ช่วยกันเรื่องของประหยัดพลังงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะวางมาตรการรองรับ ผลกระทบทั้งระยะสั้น และระยะยาว เวลานี้ต้องประเมินวันต่อวัน
ทั้งนี้นางศุภจี ได้สั่งการให้เรียกประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมงาน THAIFEX – HOREC ASIA โดยหารือและรับฟังสถานการณ์ส่งออกและผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง พร้อมกำหนดแผนผลักดันการค้าระหว่างประเทศเชิงรุกปี 2569 โดยเปิดโอกาสให้ทูตพาณิชย์รายงานสถานการณ์และยืนยันตัวเลขผลักดันการส่งออก
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการลดแรงกระแทกจากความผันผวนของราคา หลังครบกำหนด 15 วันในวันที่ 17 มีนาคม รัฐบาลจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาดูแลราคาต่อไป โดยรัฐบาลจะนำปัจจัยทั้งหมด ทั้งสถานะกองทุนน้ำมันและสถานการณ์ราคาโลกมาพิจารณาประเมินสถานการณ์ร่วมกันอีกครั้งหลังจากครบกำหนด 15 วัน เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
นายอรรถพล กล่าวถึงมาตรการสนับสนุนการติดโซลาร์รูฟท็อปของประชาชนเพื่อประหยัดไฟ ว่า ประชาชนผู้สนใจติดโซลาร์รูฟท็อป สามารถใช้สิทธิประโยชน์นี้ได้ทันที ซึ่งการติดโซลาร์รูฟท็อป ติดแล้วได้กำไรถึง 3 ต่อ โดยต่อที่ 1 ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้แล้ว ต่อที่ 2 สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท และต่อที่ 3 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#เอกนต #จทกกระทรวงใชงบฯคางทอพยงศก #ศภจ #ถกทตพาณชยทวโลก #ปรบแผนสงออกรบวกฤต


