
“นรเศรษฐ์-พรชัย” จี้รัฐบาลใหม่ เปิดโรดแม็ป แก้รัฐธรรมนูญ ยันทำควบคู่แก้วิกฤตเศรษฐกิจได้
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา พร้อมด้วย นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. ร่วมกันแถลงติดตามความชัดเจน และโรดแม็ปการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลชุดใหม่ว่า จากผลประชามติเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ชัดเจนว่าประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม
โดยนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่การถามว่าจะทำหรือไม่ แต่ต้องการทราบว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่ออย่างไร จึงขอเรียกร้องให้ชี้แจงกรอบเวลา และแผนงานที่ชัดเจน ในการนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม
“แม้ขณะนี้ประเทศเผชิญวิกฤตจากสงคราม และราคาพลังงาน รวมถึงของอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไข แต่ประชาชนจำนวนมากยังรอคอยความชัดเจน เรื่องรัฐธรรมนูญใหม่เช่นกัน”
นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาชี้แจงถึงกรอบเวลา และแผนงานที่ชัดเจน ในการที่จะนำประชาชนเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และอยากถามว่ารัฐบาลจะบรรจุแผนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ในคำแถลงนโยบายหรือไม่ เพราะการเริ่มกระบวนการดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น แก้ไขความขัดแย้ง และเพิ่มความชอบธรรมทางการเมือง
ด้านนายพรชัย กล่าวว่า กระแสสังคมที่หลายฝ่ายมองว่าจะรีบแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม เนื่องจากขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ และน้ำมัน ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประชาชนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 เศรษฐกิจไทยเติบโตเพียง 1–2% ต่อปี ขณะที่ประเทศในอาเซียนอย่างเวียดนาม และกัมพูชามีอัตราการเติบโตสูงกว่าอย่างชัดเจน เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุด เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ
นายพรชัย กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่เป็น สว. ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนรัฐบาลครั้งที่ 3 ในรอบประมาณ 1 ปีครึ่งเท่านั้น จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลที่เดินแล้วสะดุดเช่นนี้ จะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้อย่างไร จึงเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถดำเนินควบคู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ โดยใช้เพียงการตั้งกรรมาธิการร่วม สส. สว. จำนวนไม่มาก เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการ ซึ่งหากได้รัฐธรรมนูญที่ดีขึ้น จะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น ความโปร่งใสเพิ่มขึ้น และเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบองค์กรอิสระได้มากขึ้น
ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจน ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่ต้องมีแผนงานและลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด นายพรชัย กล่าว
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สว.จรฐบาล #วางไทมไลนใหชด #หลง #ลานเสยงเหนชอบแกรธน #เชอทำพรอมแกเศรษฐกจได


