
‘ส.ว.นรเศรษฐ์’ จี้รัฐบาลเปิดข้อมูล ‘น้ำมัน’ ให้ชัดทุกด้าน ตั้ง 7 ข้อสงสัย กลุ่มไหนได้ประโยชน์จากวิกฤตนี้ เหน็บพอผ่านวิกฤตก็ประกาศผลกำไรสูงสุด บอกคนที่เจ็บคือประชาชน เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ ปชช. ห่วงกระทบทั้งสินค้า-การเดินทางถึงช่วงสงกรานต์แน่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. แถลงสอบถามความชัดเจนเรื่องสต๊อกน้ำมัน การบริหารจัดการน้ำมัน และการสื่อสารกับประชาชนในภาวะวิกฤตจากรัฐบาลว่า เห็นได้จากสถานการณ์ที่ประชาชนออกไปต่อแถวเติมน้ำมัน รวมถึงปั๊มน้ำมันจำกัดการเติมน้ำมันหรือแม้กระทั่งไม่มีน้ำมันให้ประชาชนได้เติม และความไม่ชัดเจนของภาครัฐในการสื่อสารถึงประชาชน ดังนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) ควรเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันความตื่นตระหนกของประชาชน
นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลควรตอบคำถามคือ 1.ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่จริงเท่าไหร่กันแน่ เพราะตัวเลขที่ประกาศออกมาหลายครั้งไม่ตรงกันตั้งแต่ 60 วัน 90 วัน หรือ 100 วัน ตัวเลขเหล่านี้เป็นสต๊อกของใครกันแน่ ของรัฐเท่าไหร่ โรงกลั่นเท่าไหร่ และผู้ค้าน้ำมันเท่าไหร่ 2.หากประเทศไทยมีน้ำมันสำรองในระดับดังกล่าว เหตุใดเพียงไม่ถึง 1 เดือนที่เกิดสถานการณ์ ประชาชนในพื้นที่เริ่มหาน้ำมันเติมได้ยากแล้ว น้ำมันสำรองเหล่านี้อยู่ที่ไหนใครเป็นผู้ถือครอง และสามารถนำออกมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้เร็วแค่ไหน เพราะขณะนี้แม้รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่มีน้ำมันเติมให้กับประชาชนแล้ว
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า 3.ภายหลังการประกาศตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน รัฐบาลมีมาตรการกำกับดูแลอย่างไรเพื่อป้องกันการกักตุนการชะลอจำหน่าย และการเก็งกำไรของผู้ประกอบการในช่วงภาวะวิกฤต ราคาของสิ่งเหล่านี้อาจไม่สะท้อนกับต้นทุนสต๊อกจริงที่มีอยู่ 4.กลไกการตัดสินใจปล่อยน้ำมันสำรองคืออะไร ใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ และเงื่อนไขอะไรที่รัฐจะต้องใช้สต๊อกสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด 5.สถานการณ์การนำเข้าน้ำมันของประเทศขณะนี้ยังเป็นปกติหรือไม่ มีข้อจำกัดด้านเส้นทางขนส่ง หรือกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันปัจจุบัน ที่ทำให้อุปทานมีความตื่นตัวหรือไม่
นายนรเศรษฐ์กล่าวอีกว่า 6.หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1-2 เดือน รัฐบาลมีแผ่นรองรับอย่างไร ทั้งในด้านการบริหารการสต๊อกน้ำมัน การจัดลำดับความสำคัญของการใช้น้ำมัน และมาตรการในการดูแลผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน เพราะกองทุนน้ำมันชดเชยน้ำมันดีเซลลิตรละเกือบ 18 บาทแล้ว ซึ่งน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักของสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้นทุนการขนส่งที่สำคัญ หากสินค้าเหล่านี้ปรับราคาขึ้นแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปรับลดลงมา ฉะนั้น การควบคุมราคาและแผนรองรับ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจตรงนี้ มีความสำคัญและต้องการความชัดเจนอย่างยิ่ง และ 7.สถานะปัจจุบันของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างไร เข้าใจว่าน่าจะติดลบอยู่หมื่นกว่าล้านบาท และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานได้อีกนานแค่ไหน
“ในสภาวะวิกฤตสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความชัดเจนของข้อมูลและความโปร่งใสในการสื่อสารของรัฐบาล ถ้าประชาชนไม่มั่นใจในข้อมูลที่ได้รับ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดการตื่นตระหนก กักตุน หรือเกิดความเข้าใจผิดในสังคม และหลายครั้งภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นในอดีตคนที่เจ็บตัวมากที่สุดคือประชาชนและคนที่ลอยตัวได้ประโยชน์คือกลุ่มทุน หลายครั้งเมื่อผ่านวิกฤตไปก็ประกาศผลกำไรสูงสุดเป็นสถิติจากการกักตุนทำกำไรบนภาวะความยากลำบากของประชาชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำมันของประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสารกับสาธารณะอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมั่นใจและมีข้อมูลที่ถูกต้อง” นายนรเศรษฐ์กล่าว
นายนรเศรษฐกล่าวด้วยว่า ได้รับเรื่องเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตพลังงานจากประชาชนส่งข้อมูลมาให้ เช่น ไม่สามารถหาปั๊มเติมน้ำมันได้ หรือการจำกัดในการเติม แต่เห็นว่าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป และไม่ทราบกระบวนการการบริหารสต๊อกน้ำมัน คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเรื่องการเดินทางหรือราคาสินค้ากระทบต่อประชาชนแน่นอน
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ส.ว.นรเศรษฐ #จรบ.เปดขอมลนำมนชดๆ #ของใจอำนาจบรหารสตอก #หวนเดอดรอนยาวยนสงกรานต


