ไม่ดูไม่ได้แล้ว อนุทินสุ่มตรวจปั๊ม ขับรถเช่าลุยเช็กน้ำมันนครพนม พณ.คิกออฟ 1 เม.ย. มาตรการไทยช่วยไทย

0
0
11 94
11 94

อนุทินสุ่มตรวจปั๊ม ขับรถเช่าลุยเช็กน้ำมัน พณ.คิกออฟ 1 เม.ย.มาตรการไทยช่วยไทย

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ห้างหุ้นส่วนจํากัด กุลศักดิ์วิมล ถนนชยางกูร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เช่ารถยนต์ขับสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.นครพนม โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เมื่อถึงสถานีบริการน้ำมัน นายอนุทิน ได้เข้าเติมน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 ด้วยตนเอง พร้อมเน้นย้ำให้จังหวัดนครพนม ประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงาน และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ เบื้องต้นพบว่า จ.นครพนม มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 72 แห่ง ส่วน อ.ธาตุพนม มีสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่ 10 แห่ง โดยสถานการณ์ให้บริการน้ำมัน สถานะของดีเซลเริ่มเป็นสีเขียวกระจายทุกอำเภอ และน้ำมันชนิดอื่นๆสามารถบริการให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา

ต่อมานายอนุทินชมงาน “มหกรรมเผยแพร่อัตลักษณ์เมืองนครพนม ครั้งที่ 1” หรือ “DNA นครพนม” ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช อ.เมืองนครพนม โดยพาคณะนั่งรถสามล้อเครื่องแบบคาร์พูล ภายในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อเป็นตัวอย่างการใช้ยานพาหนะร่วมกัน ลดจำนวนรถบนท้องถนน ลดการใช้น้ำมัน และลดการใช้พลังงานในภาคการเดินทางอย่างเป็นรูปธรรม ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวน

วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดในประเด็นหลักๆ 1.มีแผนกระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรและลดความแออัดในสถานีบริการ, กำชับผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสแตนด์บายในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง , จัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม ,อำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า จัดทำแอปพลิเคชั่น Fuel-Now หรือเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ทั้งยังเร่งบริหารจัดการการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการเชิงรุกผ่านกลไกทางการทูตและการเจรจา, ติดตามการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศให้เป็นตามแผน โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่า 24 ล้านบาร์เรล และในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 8.96 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประเทศ และในระยะยาวก็จะมีการนำเข้าเป็นระยะๆสอดรับระดับความต้องการ

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน แถลงข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์ตะวันออกกลาง(ศบก.) ว่า กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการการเชิงรุกลดค่าครองชีพให้ประชาชน ได้แก่ โครงการไทยช่วยไทย ร่วมกับห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่าย นำสินค้าแบรนด์ทางเลือกกว่า 1,000 รายการจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ จะคิกออฟในวันที่ 1 เมษายนนี้ โครงการธงฟ้าราคาประหยัด เพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าพิเศษให้ครบทุกจังหวัดกว่า 500จุดทั่วประเทศ และ เตรียมมาตรการดูแลค่า “ข้าวแกง” โดยนำวัตถุดิบสินค้าจำเป็นจากต้นทาง ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย สนับสนุนร้านอาหารในกลุ่มร้านตามสั่ง ร้านข้าวแกง เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาไม่ให้สูงเกินสมควร ขณะเดียวได้ลดต้นทุนค่าปุ๋ยช่วยเหลือเกษตรกร ในโครงการธงเขียวพลัส ครอบคลุม50 จังหวัดเริ่มที่ จ. กำแพงเพชร ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน ก่อนขยายไปพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆทั่วประเทศ โดยตั้งเป้า 1 ล้านกระสอบ


ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง

#อนทนสมตรวจปม #ขบรถเชาลยเชกนำมนนครพนม #พณ.คกออฟ #เม.ย #มาตรการไทยชวยไทย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่