
สรท.แนะ 3 แนวทาง แก้ตู้สินค้าตกค้างกลางทะเล หลังเรือไทยถูกยิง ชี้ส่งออกวุ่นวาย ผัก-อาหาร ห่วงเน่าเสีย
เมื่อเวลา 16.58 น. วันที่ 11 มีนาคม นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึงสถานการณ์เรือขนส่งสินค้าไทย (มยุรีนารี-Mayuree Naree) ถูกโจมตี บริเวณช่องแคบฮอร์มุซว่า ได้รับรายงานว่าเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดนยิง 2 นัด ลูกเรือ 23 คนปลอดภัย 20 คนขึ้นท่าแล้ว อีก 3 คน เฝ้าเรืออยู่
สำหรับผู้ส่งออกที่มีสินค้าอยู่ระหว่างขนส่งในเส้นทางไปยังกลุ่มประเทศภายในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอรมุซ
โดยแนวทางออกของปัญหาตู้สินค้าตกค้างกลางทะเลแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้
1.นำตู้สินค้าไปส่งมอบที่ท่าเรืออื่น โดยการเปลี่ยนท่าเรือปลายทาง เช่น ท่าเรือ Khor Fakkan ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือท่าเรือ Jeddah ในซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ ผู้นำเข้าหรือลูกค้าปลายทางอาจต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าใช้จ่ายในการทำพิธีการศุลกากร (ราวตู้ละ 2,000 USD) ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนท่าเรือ (เช่น End of Voyage ราว 600-800 USD) รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าทางบก เป็นต้น
2.นำตู้สินค้าไปพักคอย โดยนำตู้ไปยังกลุ่มท่าเรือ Safe Port/Transshipment Port อื่นๆ เช่น ในอินเดีย โอมาน หรือศรีลังกา เป็นต้น โดยขอให้พิจารณาเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้นจากการเก็บรักษาตู้ไว้ในท่าเรือ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ ความเสี่ยงสินค้าสูญหายหรือเสียหายจากการโจมตี ตลอดจนสถานการณ์คอขวด ความแออัดรุนแรงภายในท่าเรือและภาวะผู้ให้บริการที่จำกัดเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งล้วนอาจทำให้มีต้นทุนที่สูงมากตามมา เช่น ต้นทุนในท่าเรือเพียงอย่างเดียวก็อาจสูงถึง 5-6 แสนบาทต่อตู้ ในระยะเวลา 1-2 เดือน
3.นำตู้สินค้ากลับไทย สรท.แนะนำว่าควรนำสินค้ากลับมายังประเทศไทย เพื่อเป็นการหยุดต้นทุนที่มีความเสี่ยงสูงและไม่สามารถควบคุมได้ดังกล่าว
“หากผู้ประกอบการที่มีประเด็นค่าใช้จ่ายไม่เป็นธรรม อาจถูกเรียกเก็บจากผู้ให้บริการ หรือสายเรือ สามารถรวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่ายดังกล่าวและส่งมายัง สรท. เพื่อให้ สรท.เป็นตัวแทนของท่านในการเข้าหารือร่วมกับกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้เกิดมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกที่เป็นรูปธรรมต่อไป ช่องทางอีเมล์ tnsc@tnsc.com หรือโทร 0-2679-7555” นายธนากรระบุ
ทั้งนี้ สรท.ได้มีการประสานไปยังการท่าเรือแห่งประเทศไทย รวมไปถึงผู้ประกอบการท่าเรือภาคเอกชน ถึงแนวทางช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกสำหรับสินค้านำกลับ
นายธนากรกล่าวว่า ในส่วนผลกระทบที่จะเกิดกับการส่งออกในแถบตะวันออกกลาง ระยะสั้นเชื่อว่ายังไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากตะวันออกกลางมีสัดส่วน 5% ของการส่งออกของไทยไปทั่วโลก และส่วนใหญ่ยังเป็นความต้องการเรื่องอาหาร เช่น ข้าว พืช เป็นต้น
“สรท.ก็จะต้องมีการประชุมหารือและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และประสานงานกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด” นายธนากรกล่าว
นายธนกรกล่าวด้วยว่า สำหรับการส่งออกในภาพรวมที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อมเริ่มเห็นแล้วถึงความวุ่นวายต่อการส่งออกและขนย้ายสินค้าจากนี้ โดยเฉพาะของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ซึ่งกังวลว่าจะเกิดความเสียหายจากสินค้าเหล่านี้ เนื่องจากมีอายุสั้นและจะเกิดการเน่าเสียได้ง่าย ถือเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการและสูญเสียรายได้ โดยเป็นประเด็นที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและออกมาตรการช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ในส่วนของมาตรการ Work From Home และการประหยัดพลังงานของรัฐบาลในส่วนของภาคเอกชนเห็นด้วยและได้เริ่มดำเนินการแล้ว
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#สรท.เผย #เรอมยรนาร #โดนยง #ครง #แนะ #แนวทาง #แกตสนคาตกคางกลางทะเล


