
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้เข้ารับบริการในคลินิกเสริมความงามเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ จนเกิดอาการแพ้ยาสลบ หรือภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ (Malignant Hyperthermia) ว่า โดยหลักการทางการแพทย์ ก่อนการทำหัตถการที่ต้องใช้การดมยาสลบ แพทย์วิสัญญีและแพทย์ผู้ทำหัตถการจะต้องประเมินสภาพผู้เข้ารับบริการอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าสามารถเข้ารับการผ่าตัดและดมยาสลบได้หรือไม่ โดยภาวะ Malignant Hyperthermia เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมหรือยีนของแต่ละบุคคล โดยบางคนอาจมียีนที่มีความไวต่อยาสลบ ทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงหลังได้รับยาสลบ ส่งผลให้เกิดอาการไข้สูงอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวถือว่าเกิดขึ้นได้ยากมากในทางการแพทย์
“ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องพันธุกรรม หากบุคคลใดมียีนที่ไวต่อยาสลบ ก็อาจเกิดภาวะ Malignant Hyperthermia ได้ แต่โอกาสเกิดถือว่าน้อยมาก สถิติการเกิดภาวะดังกล่าวพบว่า ในผู้ที่มียีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ อัตราการเกิดอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 100,000 ราย ขณะที่ในประชากรทั่วไปอาจพบเพียงประมาณ 1 ต่อ 1,000,000 รายเท่านั้น จึงถือเป็นภาวะที่พบได้ค่อนข้างยาก” ทพ.อาคม กล่าว
รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า การป้องกันที่สำคัญคือการประเมินผู้ป่วยก่อนทำหัตถการ โดยแพทย์จะต้องซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการแพ้ยา หรือประวัติในครอบครัวเกี่ยวกับการแพ้ยาสลบ เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนการดมยาสลบ ในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงดังกล่าว สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจทางพันธุกรรมเพิ่มเติมได้ เพื่อดูว่าร่างกายมีความไวต่อยาสลบหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตรวจทางพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นเกณฑ์บังคับในมาตรฐานการรักษาทั่วไป เนื่องจากภาวะนี้พบได้น้อยมาก
ทพ.อาคม กล่าวว่า สำหรับการรักษาภาวะ Malignant Hyperthermia จำเป็นต้องใช้ยาที่ชื่อว่า “เดนโทรลีน” (Dantrolene) ซึ่งเป็นยาที่มีราคาค่อนข้างสูง และมักมีอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นไม่บ่อย ภาวะนี้ถือว่าเกิดขึ้นได้น้อยมาก จึงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก หากต้องเข้ารับการศัลยกรรมหรือหัตถการที่ต้องดมยาสลบ ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติสุขภาพให้ละเอียด เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากมีผู้ป่วยแพ้ยาสลบรุนแรง ในการสอบสวนข้อเท็จจริงจะต้องมี สบส. เข้าไปประเมินความปลอดภัยและมาตรฐานของสถานพยาบาล จากนั้น จะมีการส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพ โดยเฉพาะแพทยสภาพิจารณาความถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องอาจมีความผิดตามกฎหมาย
ทพ.อาคม กล่าวอีกว่า สำหรับมีเหตุการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรับบริการด้านความงาม จะอยู่นอกเหนือความคุ้มครองในมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 การเรียกร้องค่าเสียหายจึงขึ้นอยู่ระหว่างผู้เสียหายกับสถานพยาบาล แต่หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการเข้ารับบริการในสถานพยาบาล สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สบส. ได้ โดยจะมีคณะกรรมการไกล่เกลี่ยความเสียหายทางแพ่ง เพื่อเชิญทั้งผู้เสียหายและสถานพยาบาลมาพูดคุยและหาทางเยียวยาที่เหมาะสมต่อไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#แพทยแจงภาวะแพยาสลบจนหมดสตเกดจากพนธกรรมเจอเคส1ในลาน #ยำอยาตนตระหนก


