พรรคเศรษฐกิจ นำโดยนายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรค พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์คัดค้านแนวคิดการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 โดยระบุว่าพบหลักฐานในเอกสาร “แผนการคลังระยะปานกลาง” ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่เพียงกระแสข่าวลือ แต่เป็นแนวทางที่รัฐบาลอาจนำมาใช้จริง
ผลกระทบหากขึ้น VAT: ของแพง-เศรษฐกิจหดตัว
นายคริสชี้ให้เห็นว่า การขึ้น VAT จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนทุกครัวเรือนทันที โดยยกตัวอย่างสินค้ามูลค่า 100 บาท หาก VAT ขึ้นเป็น 10% ราคาสินค้าจะขยับเป็น 103 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้นในทุกมิติ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค การบริการ และน้ำมัน
นอกจากนี้ยังประเมินว่า อาจทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวลงประมาณร้อยละ 1 ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง การผลิตและการจ้างงานลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะย้อนกลับมาทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
แนะรัฐปิดช่องโหว่ทุจริต แทนการรีดภาษีประชาชน
พรรคเศรษฐกิจตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลไม่ควรใช้วิธีเพิ่มภาษีในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังขาดประสิทธิภาพ โดยระบุว่าปัจจุบันมีปัญหาคอร์รัปชันและการรั่วไหลของงบประมาณไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี หากรัฐบาลสามารถจัดการปัญหานี้ได้ จะมีงบประมาณเหลือเพียงพอโดยไม่ต้องผลักภาระให้ประชาชน
2 ข้อเสนอทางออกแทนการขึ้น VAT
- เก็บภาษีแรงงานต่างด้าว: เสนอให้ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษี 150,000 บาทแรก สำหรับแรงงานต่างด้าว และเริ่มเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรก ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้รัฐประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี
- ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง: หากลดการรั่วไหลได้เพียงครึ่งเดียว (250,000 ล้านบาท) เมื่อรวมกับภาษีแรงงานต่างด้าว จะได้รายได้ใกล้เคียงกับการขึ้น VAT 3%
พรรคเศรษฐกิจยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่พร้อมสำหรับการขึ้น VAT ในเวลานี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสร้าง “ความเป็นธรรมในแผ่นดิน” ด้วยการปฏิรูปการใช้จ่ายและจัดเก็บรายได้จากแหล่งที่เป็นธรรมกว่า


