ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐและอิหร่านอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ส่งผลให้ตลาดคาดหวังว่าสถานการณ์ความขัดแย้งมีแนวโน้มคลี่คลาย
ณ เวลา 20:21 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 433 จุด หรือ 0.93% สู่ระดับ 46,848 จุด
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลงต่ำกว่า 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานที่ผ่อนคลายลงจากความหวังต่อการเจรจาดังกล่าว
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า อิหร่านมีความต้องการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่รายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ระบุว่า สหรัฐได้ยื่นข้อเสนอ 15 ประการให้อิหร่าน เพื่อยุติสงคราม โดยกำหนดกรอบเวลา 30 วันในการสรุปแผน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แผนดังกล่าวมีสาระสำคัญให้อิหร่านยุติการพัฒนาศักยภาพด้านนิวเคลียร์ รวมถึงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทั้งยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค และรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ในทางกลับกัน สหรัฐเสนอผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และให้ความช่วยเหลือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อการใช้ประโยชน์ในภาคพลเรือน
ด้านคณะผู้แทนอิหร่านประจำองค์การสหประชาชาติระบุว่า เรือที่ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอิหร่าน
ทั้งนี้ ความคืบหน้าของการเจรจาดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีผลต่อทิศทางราคาพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#ดาวฟวเจอร #เดงกวา #จด #หนนตลาด #หลงนำมนดงความหวงสหรฐอหราน #สงบศก


