
พณ.ตั้งทีมรับมือ สหรัฐจ่อใช้มาตรการ 301 จับตาผู้ผลิต 3 สินค้า ‘ยานยนต์-เครื่องจักร-ยาง’ เร่งชี้แจง
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 12 มีนาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เปิดสอบสวนเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 301 ว่าได้ตั้งคณะทำงานพิเศษเกาะติดสหรัฐ เพื่อติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์เป็นคณะทำงาน ซึ่งได้เรียกประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังสามารถเข้าร่วมกระบวนการชี้แจง โดยต้องยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ USTR ภายในวันที่ 15 เมษายน ที่สหรัฐเปิดรับข้อมูลจากประเทศต่างๆ จากนั้น 27 เมษายน เปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมอีกรอบ ก่อนจะเปิดยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมการพิจารณาสาธารณะในวันที่ 5-8 พฤษภาคม ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้วเปิดโอกาสให้ยื่นความเห็นโต้แย้งเพิ่มเติมภายใน 7 วันหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา ก่อนรู้ผลว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ และประกาศใช้มาตรการกับประเทศใดบ้าง
“ไม่หนักใจ เราเชื่อว่าอธิบายได้ในเรื่องประเด็นสมเหตุสมผล รวมถึงต้องชี้แจงให้ชัดเจนกรณีใช้โลคอลคอนเทนต์ในประเทศ อย่างไรก็ดี ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมไทยปรับตัว และป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” นางศุภจีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ได้ประกาศเริ่มการสอบสวนต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทย โดยมุ่งตรวจสอบ “การกระทำ นโยบาย และแนวทางปฏิบัติ” ที่อาจก่อให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคการผลิต ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการดึงฐานการผลิตกลับประเทศ (Re-shoring) และส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของแรงงานอเมริกัน
สำหรับเหตุผลที่สหรัฐใช้ประกอบการพิจารณา พบว่าไทยมีการเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐสูงถึง 5.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจาก 4.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2567 นอกจากนี้ ภาคการผลิตของไทยยังมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 อีกทั้งสหรัฐยังระบุอุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายพิจารณา ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเกินดุลการค้าในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม รายงานยังชี้ว่าไทยมีความแตกต่างจากบางประเทศที่ถูกตรวจสอบ เนื่องจากไม่ได้ถูกระบุว่ามีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้ได้เปรียบทางการค้า เหมือนกรณีสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และเวียดนาม รวมทั้งไม่มีมาตรการอุดหนุนการส่งออกในรูปเงินสดโดยตรงแบบบางประเทศ เช่น บังกลาเทศ และภายใต้กระบวนการตามมาตรา 301 หากสหรัฐพิจารณาว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่าย “ไม่สมเหตุสมผลหรือเลือกปฏิบัติ” (Unreasonable or Discriminatory) USTR มีอำนาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า เช่น การเพิ่มภาษีศุลกากร หรือมาตรการจำกัดการนำเข้าอื่นๆ เพื่อชดเชยความเสียหายต่อสหรัฐ
ติดตามข่าวสารอัปเดตสดใหม่จากฟาร์มของเราได้ที่: Moo-Moo News พาดหัวข่าวที่หยุดนิ้วโป้ง
#พณ.ตงทมรบมอ #สหรฐอางคาไมเปนธรรม #เปดสอบสวนไทย #จบตากลมยานยนตเครองจกรยางแจง


