โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันสั่งต้นสังกัดพิจารณาให้ พ.ต.อ. คนดังออกจากราชการไว้ก่อน หลังพบหลักฐานชัดเจนว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการกรรโชกทรัพย์นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จนถูกออกหมายจับ
ปมกรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้านบาท
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อนายอัจฉริยะ พร้อมพวกรวม 6 คน ถูกจับกุมในข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยผู้เสียหายเป็นผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงานเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของ ตม.
สั่งเด็ดขาด! ใครทำชั่วต้องโดน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ต้นสังกัดตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจรายนี้ เนื่องจากมีสังกัดอยู่ภาคใต้แต่กลับมาปรากฏตัวในพื้นที่นครบาลและร่วมขบวนการจนถูกจับกุม โดยมีแนวทางดำเนินการดังนี้:
- ให้ผู้ถูกกล่าวหารายงานตัวต่อต้นสังกัดว่าต้องคดีอาญา
- ต้นสังกัดรายงานเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- พิจารณาโทษทางวินัยให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน
- หากความผิดชัดเจน จะมีคำสั่งให้ ออกจากราชการไว้ก่อน
โฆษก ตร. ย้ำชัดว่า ผบ.ตร. มีนโยบายส่งเสริมตำรวจที่ทำดี แต่หากใครประพฤติชั่วจะ ฟันไม่เลี้ยง พร้อมขอให้ประชาชนแยกแยะว่าการกระทำของตำรวจบางรายเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับภาพรวมขององค์กร
แจงปมจับเงียบ-หวั่นถูกฟ้องกลับ
กรณีที่มีข้อสังเกตว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นไปอย่างเงียบผิดปกติ หรือกังวลเรื่องการถูกฟ้องกลับนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่าการฟ้องกลับเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่หวั่นไหวเพราะเป็นเรื่องปกติในหลายคดี อีกทั้งคดีนี้ศาลได้อนุมัติหมายจับแล้ว เนื่องจากผ่านการตรวจสอบหลักฐานจากกระบวนการยุติธรรมมาอย่างถี่ถ้วน


